เป็นมิตรด้วยดวงจิตสดใส เราอยู่ไหนประชาอุ่นใจทั่วกัน

เกี่ยวกับคุกกี้บนเว็บไซต์นี้
เกี่ยวกับคุกกี้บนเว็บไซต์นี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด การใช้เว็บไซต์นี้ต่อไปแสดงว่าคุณยอมรับการใช้งานเว็บไซต์นี้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา

นโยบายใช้งานคุกกี้

คู่มือการปฏิบัติตอน ของข้าราชการตำรวจตามประมวลจริยธรรมตำรวจ ของสถานีตำรวจนครบาลท่าพระ ทั้งข้อควรกระทำ(Do’s) และข้อที่ไม่ควรกระทำ(Don’ts)

ข้อควรกระทำ (Do’s)

1. ยึดถือ สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

2. จงรักภักดีและแสดงออกถึงความเคารพเทิดทูน ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งสนับสนุนและ มีส่วนร่วมกับกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสต่างๆ

3. ส่งเสริมการสืบทอดและทํานุบํารุงศาสนาที่ตนนับถือ และนําหลักธรรมหรือหลักคําสอนตามศาสนา มาประกอบการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

4. จงรักภักดีต่อชาติ รักษาผลประโยชน์และความลับของชาติ รวมถึงมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ให้เจริญก้าวหน้า

5. ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักกฎหมาย ระเบียบ คําสั่งที่เกี่ยวข้องด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คํานึงถึงประโยชน์ ของประชาชนเป็นสําคัญ

6. ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความสํานึกในหน้าที่อํานวยความสะดวกแก่ประชาชน ด้วยความเต็มใจเป็นมิตรและรวดเร็วเพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิหรือเสรีภาพตามกฎหมาย

7. ยืนหยัดกระทําในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายและจรรยาวิชาชีพกล้าคัดค้าน เปิดเผยการทุจริตและแก้ไข ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

8. รักษาผลประโยชน์ของชาติ รักษาความลับของทางราชการและความลับที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่

หรือ จากประชาชนผู้มาติดต่อราชการ

9. ดูแลรักษาและใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างประหยัดและคุ้มค่า

10. วางตัวเป็นกลางทางการเมือง เคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และตามกฎหมายอื่นโดยเคร่งครัด

11. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสมอภาคเป็นธรรม และปราศจากอคติไม่เลือกปฏิบัติ โดยอาศัยเหตุของความ แตกต่างในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ สภาพ ร่างกาย หรือสถานะทางเศรษฐกิจ สังคมและความ

เชื่อทางการเมือง

12. ถือปฏิบัติตนโดยรักษาภาพลักษณ์ของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ให้เป็นที่เชื่อถือและศรัทธาของ ประชาชน

13. น้อมนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงพระบรมราโชวาท หลักคําสอนทางศาสนา และจรรยา วิชาชีพมาใช้ในการดําเนินชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่

14. ผู้บังคับบัญชาบริหารจัดการงานอย่างเท่าเทียม

ปกครองบังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม และใส่ใจ ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา

 

 

ข้อไม่ควรกระทำ (Don’ts)

 

1. แสดงออกในลักษณะที่ไม่สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข

 

2. จงรักภักดีและแสดงออกถึงความเคารพเทินทูนซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งสนับสนุนและ มีส่วนร่วมกับกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสต่างๆ

 

3. แสดงกิริยาวาจาหรืออาการในเชิงลบหลู่ ดูแคลนหรือด้อยค่าศาสนาใดศาสนาหนึ่ง หรือขัดขวางการ ทํานุบํารุงศาสนาและการปฏิบัติศาสนกิจทั้งปวง

 

4. กระทําการอันอาจมีลักษณะเป็นการกระทบกระเทือน ต่อความมั่นคงของชาติ

 

5. ปฏิบัติหน้าที่โดยใช้อํานาจหรือหน้าที่ หรือยอมให้ผู้อื่นใช้ตําแหน่งอํานาจหรือหน้าที่ของตน แสวงหา ผลประโยชน์สําหรับตนเองหรือพวกพ้อง

 

6. ปฏิเสธการปฏิบัติหน้าที่หรือปัดความรับผิดชอบของตนไปให้ผู้อื่น

 

7. เพิกเฉยต่อการกระทําในสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายปกปิดการทุจริต โดยไม่ดําเนินการในสิ่งที่ ถูกต้องตามอํานาจหน้าที่

 

8. ไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติ ไม่เก็บรักษาความลับทั้งของทางราชการและของประชาชน

 

9. ใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างฟุ่มเฟือย หรือเพื่อประโยชน์ส่วนตน

 

10. อาศัยตําแหน่งหน้าที่ในการอํานวยประโยชน์แก่นักการเมืองหรือพรรคการเมือง

 

11. ปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อผลประโยชน์เรื่องใดเรื่องหนึ่งด้วยความเป็นธรรม

 

12. ปฏิบัติตนโดยไม่เคารพกฎหมาย กระทําการโดยผิดกฎหมาย คุณธรรม จริยธรรม ขนบธรรมเนียม หรือ สิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ เช่น เล่นการพนัน คุกคามทาง เพศพฤติกรรมชู้สาว หลอกลวง แสดงกริยาท่าทีหยาบ คาย ทําร้ายร่างกาย หรือเป็นอันธพาล เป็นต้น

 
   
  • INFO 1.jpg
  • INFO 2.jpg
  • INFO 3.jpg
  • INFO 4.jpg
  • INFO 5.jpg
  • INFO 6.jpg
  • INFO 7.jpg
  • INFO_8.jpg
  • INFO_9.jpg
คำถามที่พบบ่อย

แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย

  1. แจ้งเหตุผ่าน 191, เบอร์โทรศัพท์ สน.ท่าพระ
  2. รับแจ้งเหตุ (1 นาที)
  3. พนักงานวิทยุประสานงานส่วนที่เกี่ยวข้อง (1 นาที)
  4. สายตรวจออกตรวจที่เกิดเหตุเบื้องต้น (15 นาที)
  5. สายตรวจแก้ไขปัญหา/ประสานงาน/ปิดเหตุ (30 นาที)
    (ระยะเวลารวม 15-30 นาที)

แจ้งความร้องทุกข์เบื้องต้น

  1. พบหนักงานสอบสวนแจ้งรายละเอียด ข้อเท็จจริงและสอบปากคำ
  2. พบหนักงานสอบสวน มอบหมายหลักฐานประกอบการแจ้งความร้องทุกข์
  3. เจ้าหน้าที่เสมียนประจำวันคดีลงบันทึกประจำวัน
    (ระยะเวลารวมประมาณ 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่ความซับซ้อนและพยานหลักฐานต่างๆ)

ถอนคำร้องทุกข์

  1. แจ้งความประสงค์ต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี
  2. พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีตรวจสอบหลักเกณฑ์และเอกสารความถูกต้อง
  3. ลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน
  4. ส่งมอบคืนของกลางที่เกี่ยวข้อง
    (ระยะเวลารวม 90 นาที)

ชำระใบสั่งปรับเป็นพินัยจราจร

  1. แสดงใบสั่งปรับเป็นพินัยจราจรต่อเจ้าหน้าที่
  2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบใบสั่งฯ
  3. แจ้งความประสงค์จ่ายค่าปรับพินัยเต็มจำนวน/ผ่อนชำระค่าปรับ ตามอัตราที่กำหนด (อยู่ในอำนาจ สน.)
  4. แจ้งความประสงค์ขอลดค่าปรับ/บำเพ็ญประโยขน์แทนค่าปรับ (อยู่ในอำนาจศาล)
  5. ชำระค่าปรับใบสั่งปรับเป็นพินัย/รับใบเสร็จ
    (ระยะเวลารวม 15 นาที)

ปลดล๊อคล้อ

  1. ติดต่อเจ้าหน้าที่เปรียบเทียบปรับจราจร
  2. ชำระค่าปรับเป็นพินัยจราจรในระบบใบสั่งจราจรและชำระค่าใช้เครื่องมือบังคับล้อ (10 นาที)
  3. แจ้งเจ้าหน้าที่จราจรปลดล๊อคล้า (15 นาที)

แจ้งเอกสารหาย

  • แจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่
  • เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เกี่ยวข้อง
  • ลงประจำวันรับแจ้งเอกสารหาย
  • มอบเอกสารคู่ฉบับให้ผู้แจ้ง
    (ระยะเวลารวม 15 นาที)

ขอคัดสำเนาบันทึกประจำวัน

  1. เขียน/ยื่นคำร้อง
  2. พนักงานสอบสวนตรวจสอบพิจารณาอนุมัติ
  3. ค้นหาบันทึกประจำวัน/ถ่ายสำเนา/พนักงาสอบสวนลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  4. มอบสำเนาบันทึกประจำวันให้ผู้แจ้ง
    (ระยะเวลารวม 20 นาที)

การยื่นประกันตัวผู้ต้องหา

  1. นำหลักประกันยื่นพนักงานสอบสวน
  2. พนักงานสอบสวนตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน/บันทึกสัญญาประกัน
  3. เสนอคำร้องต่อ ผกก.สน.อนุมัติ
  4. ลงบันทึกประจำวัน
  5. ปล่อยตัวผู้ต้องหา
    (รวมเวลาประมาณ 40 นาที)

การเยี่ยมผู้ต้องหา

  1. ติดต่อเจ้าหน้าที่ควบคุมห้องผู้ต้องขัง
  2. แจ้งความประสงค์ (5 นาที)
  3. เข้าเยี่ยม
  4. เวลาเข้าเยี่ยม 
    8.00 น. - 09.00 น.
    12.00 น. - 13.00 น.
    16.00 น. - 17.00 น.

แจ้งคนหาย

  1. พนักงานสอบสวนสอบถามรายละเอียด/สอบปากคำ
  2. ลงบันทึกประจำวัน
  3. มอบหลักฐานการแจ้งความให้ผู้แจ้ง
    (ระยะเวลารวม 30 นาที)

แจ้งการตายเพื่อทำใบมรณะบัตร

  1. ยืนคำขอต่อพนักงานสอบสวน
  2. พนักงานสอบสวนตรวจสอบความถูกต้องของใบรับรองการตายซึ่งออกโดยแพทย์
  3. ออกใบ ทร.18
  4. ลงบันทึกประจำวัน
  5. มอบหลักฐานการแจ้ง
    (ระยะเวลารวม 15 นาที)

ขั้นตอนการสอบสวน

  1. สอบสวนผู้กล่าวหา (ไม่เกิน 2 ชม.)
  2. สอบสวนผู้ต้องหา (ไม่เกิน 2 ชม.)
  3. สอบสวนพยานที่เกี่ยวข้อง (ไม่เกิน 2 ชม.)
  4. ส่งของกลางตรวจพิสูจน์ (3 วันทำการ)
  5. รวบรวมเอกสารหลักฐานต่าง (5 วันทำการ)
  6. สรุปสำนวนการสอบสวนและความคิดเห็นทางคดี (5 วันทำการ)
  7. ส่งสำนวนสอบสวนให้พนักงานอัยการ (5 วันทำการ)

ศูนย์บริการประชาชน ณ จุดเดียว (One Stop Service) รับแจ้งเรื่องอะไร ?

  • ลงประจำวันแจ้งเอกสารหาย/แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน (5 นาที)
  • ขอสำเนาบันทึกประจำวัน (3 นาที)
  • รับหลักฐานแจ้งความร้องทุกข์และใบนัดพบพนักงานสอบสวน (1 นาที)
  • ยื่นประกันตัวผู้ต้องหา (15 นาที)
  • ถอนหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหา (15 นาที)
  • ตรวจสอบหมายจับ (5 นาที)
  • ขอใบอนุญาตต่างๆ (10 นาที)

ขอคืนรถยึดตรวจสอบ

  1. ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อพนักงานสอบสวนเวร
  2. พนักงานสอบสวนเวรตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง/พิจารณาอนุมัติ
  3. ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
  4. มอบรถแก่ผู้แจ้ง
    (ระยะเวลารวม 30 นาที)

ขอคืนของกลาง

  1. พบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี
  2. พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีตรวจสอบหลักเกณฑ์/เอกสารความถูกต้อง
  3. ลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน
  4. ส่งมอบ/คืนของกลาง
    (ระยะเวลารวม 60 นาที)

ลิงค์หน่วยงานราชการ

ลิงค์หน่วยงาน