เป็นมิตรด้วยดวงจิตสดใส เราอยู่ไหนประชาอุ่นใจทั่วกัน

เกี่ยวกับคุกกี้บนเว็บไซต์นี้
เกี่ยวกับคุกกี้บนเว็บไซต์นี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด การใช้เว็บไซต์นี้ต่อไปแสดงว่าคุณยอมรับการใช้งานเว็บไซต์นี้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา

นโยบายใช้งานคุกกี้

พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ท่าพระ ประธานในที่ประชุม กำชับการปฏิบัติหน้าที่การถวายเคารพจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญ  เน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจเมื่อเวลาออกปฏิบัติหน้าที่ให้แต่งกายและทรงผม ถูกต้องตามระเบียบ ตร. ว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ พ.ศ. 2566

1. ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุกต่างๆ ที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย

2. ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย เมื่อออกปฏิบัติหน้าที่ให้รักษาความไม่ประมาท คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

3. เนื่องจากใกล้เข้าเทศกาลปีใหม่ ให้ตำรวจทุกนายช่วยกันป้องกันปราบปรามการกระทำผิดต่างๆ ช่วยกันสวดส่องดูแลพื้นที่ไม่ให้เกิดเหตุอาชกรรม

4. ให้ฝ่ายจราจร อำนวยการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ หากมีปัญหาให้รีบแจ้งผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว

5 .ให้ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ตามคำสั่ง ตร.ที่1212/2537 ลง 1 ต.ค.37  เรื่อง มาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติ และวินัยตำรวจข้าราชการตำรวจ อบรมตักเตือนแนะนำสร้างจิตสำนึกให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ส่วนรวมและปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบแบบแผนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สอดส่องดูแล เอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยโรคซึมเศร้า ภาวะเครียด หรือเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอัตวินิบาตกรรม ทั้งนี้ ให้ผู้บังคับบัญชาทำบันทึกการอบรมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมให้ผู้เข้ารับการอบรมลงลายมือชื่อให้ทราบทุกนาย

6. ให้ข้าราชการตำรวจทุกนายมีวินัยในการใช้จ่ายเงินอย่างเมาะสมกับสถานทางการเงินของตนเองไม่ฟุ่มเฟื่อยโดยไม่นำเงินไปเล่นการพนันจนเป็นหนี้สินทำให้ตนเองเดือดร้อน

7. ห้ามดื่มสุราขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ ห้ามดื่มสุราหรือของมึนเมา ยาเสพติดในอาคารสถานที่ราชการโดยเด็ดขาด หากพบเห็นทางผู้บังคับบัญชาตามลำดับต้องว่ากล่าวตักเตือน และลงโทษทางวินัย แล้วแจ้งให้ทาง ผกก. ทราบโดยเร็ว

8. กำชับการใช้สื่อออนไลน์ เวลาที่จะโพสต์ข้อความอะไรใน TiK ToK , Facebook .Twitter หรือ Instagram  มิให้แสดงความิดเห็นต่างๆ หรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมอันเป็นการไม่รักษาระเบียบวินัยและการปฏิบัติตนตามระเบียบแบบแผนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

9. ให้ข้าราชการตำรวจที่เบิกอาวุธปืน ยานพาหนะ วิทยุ เสื้อเกราะ หรือสิ่งของหลวงใดๆให้เก็บรักษาและบำรุงรักษาตามระเบียบฯ โดยให้นำอาวุณปืน มาตรวจสอบและส่งคืนกับเจ้าหน้าที่พัสดุเมื่อไม่ได้ใช้ปฏิบัติราชการ

10. ให้หัวหน้าแต่ละฝ่าย กำชับ ติดตาม ไม่ให้ข้าราชการไปมีส่วนยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและให้ดำเนินการตรวจสารเสพติดกับตำรวจทุกนายตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการ

INFO-SLIDER L

  • INFO 1.jpg
  • INFO 2.jpg
  • INFO 3.jpg
  • INFO 4.jpg
  • INFO 5.jpg
  • INFO 6.jpg
  • INFO 7.jpg
  • INFO_8.jpg
คำถามที่พบบ่อย

แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย

  1. แจ้งเหตุผ่าน 191, เบอร์โทรศัพท์ สน.ท่าพระ
  2. รับแจ้งเหตุ (1 นาที)
  3. พนักงานวิทยุประสานงานส่วนที่เกี่ยวข้อง (1 นาที)
  4. สายตรวจออกตรวจที่เกิดเหตุเบื้องต้น (15 นาที)
  5. สายตรวจแก้ไขปัญหา/ประสานงาน/ปิดเหตุ (30 นาที)
    (ระยะเวลารวม 15-30 นาที)

แจ้งความร้องทุกข์เบื้องต้น

  1. พบหนักงานสอบสวนแจ้งรายละเอียด ข้อเท็จจริงและสอบปากคำ
  2. พบหนักงานสอบสวน มอบหมายหลักฐานประกอบการแจ้งความร้องทุกข์
  3. เจ้าหน้าที่เสมียนประจำวันคดีลงบันทึกประจำวัน
    (ระยะเวลารวมประมาณ 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่ความซับซ้อนและพยานหลักฐานต่างๆ)

ถอนคำร้องทุกข์

  1. แจ้งความประสงค์ต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี
  2. พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีตรวจสอบหลักเกณฑ์และเอกสารความถูกต้อง
  3. ลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน
  4. ส่งมอบคืนของกลางที่เกี่ยวข้อง
    (ระยะเวลารวม 90 นาที)

ชำระใบสั่งปรับเป็นพินัยจราจร

  1. แสดงใบสั่งปรับเป็นพินัยจราจรต่อเจ้าหน้าที่
  2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบใบสั่งฯ
  3. แจ้งความประสงค์จ่ายค่าปรับพินัยเต็มจำนวน/ผ่อนชำระค่าปรับ ตามอัตราที่กำหนด (อยู่ในอำนาจ สน.)
  4. แจ้งความประสงค์ขอลดค่าปรับ/บำเพ็ญประโยขน์แทนค่าปรับ (อยู่ในอำนาจศาล)
  5. ชำระค่าปรับใบสั่งปรับเป็นพินัย/รับใบเสร็จ
    (ระยะเวลารวม 15 นาที)

ปลดล๊อคล้อ

  1. ติดต่อเจ้าหน้าที่เปรียบเทียบปรับจราจร
  2. ชำระค่าปรับเป็นพินัยจราจรในระบบใบสั่งจราจรและชำระค่าใช้เครื่องมือบังคับล้อ (10 นาที)
  3. แจ้งเจ้าหน้าที่จราจรปลดล๊อคล้า (15 นาที)

แจ้งเอกสารหาย

  • แจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่
  • เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร/หลักฐานที่เกี่ยวข้อง
  • ลงประจำวันรับแจ้งเอกสารหาย
  • มอบเอกสารคู่ฉบับให้ผู้แจ้ง
    (ระยะเวลารวม 15 นาที)

ขอคัดสำเนาบันทึกประจำวัน

  1. เขียน/ยื่นคำร้อง
  2. พนักงานสอบสวนตรวจสอบพิจารณาอนุมัติ
  3. ค้นหาบันทึกประจำวัน/ถ่ายสำเนา/พนักงาสอบสวนลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
  4. มอบสำเนาบันทึกประจำวันให้ผู้แจ้ง
    (ระยะเวลารวม 20 นาที)

การยื่นประกันตัวผู้ต้องหา

  1. นำหลักประกันยื่นพนักงานสอบสวน
  2. พนักงานสอบสวนตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน/บันทึกสัญญาประกัน
  3. เสนอคำร้องต่อ ผกก.สน.อนุมัติ
  4. ลงบันทึกประจำวัน
  5. ปล่อยตัวผู้ต้องหา
    (รวมเวลาประมาณ 40 นาที)

การเยี่ยมผู้ต้องหา

  1. ติดต่อเจ้าหน้าที่ควบคุมห้องผู้ต้องขัง
  2. แจ้งความประสงค์ (5 นาที)
  3. เข้าเยี่ยม
  4. เวลาเข้าเยี่ยม 
    8.00 น. - 09.00 น.
    12.00 น. - 13.00 น.
    16.00 น. - 17.00 น.

แจ้งคนหาย

  1. พนักงานสอบสวนสอบถามรายละเอียด/สอบปากคำ
  2. ลงบันทึกประจำวัน
  3. มอบหลักฐานการแจ้งความให้ผู้แจ้ง
    (ระยะเวลารวม 30 นาที)

แจ้งการตายเพื่อทำใบมรณะบัตร

  1. ยืนคำขอต่อพนักงานสอบสวน
  2. พนักงานสอบสวนตรวจสอบความถูกต้องของใบรับรองการตายซึ่งออกโดยแพทย์
  3. ออกใบ ทร.18
  4. ลงบันทึกประจำวัน
  5. มอบหลักฐานการแจ้ง
    (ระยะเวลารวม 15 นาที)

ขั้นตอนการสอบสวน

  1. สอบสวนผู้กล่าวหา (ไม่เกิน 2 ชม.)
  2. สอบสวนผู้ต้องหา (ไม่เกิน 2 ชม.)
  3. สอบสวนพยานที่เกี่ยวข้อง (ไม่เกิน 2 ชม.)
  4. ส่งของกลางตรวจพิสูจน์ (3 วันทำการ)
  5. รวบรวมเอกสารหลักฐานต่าง (5 วันทำการ)
  6. สรุปสำนวนการสอบสวนและความคิดเห็นทางคดี (5 วันทำการ)
  7. ส่งสำนวนสอบสวนให้พนักงานอัยการ (5 วันทำการ)

ศูนย์บริการประชาชน ณ จุดเดียว (One Stop Service) รับแจ้งเรื่องอะไร ?

  • ลงประจำวันแจ้งเอกสารหาย/แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน (5 นาที)
  • ขอสำเนาบันทึกประจำวัน (3 นาที)
  • รับหลักฐานแจ้งความร้องทุกข์และใบนัดพบพนักงานสอบสวน (1 นาที)
  • ยื่นประกันตัวผู้ต้องหา (15 นาที)
  • ถอนหลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหา (15 นาที)
  • ตรวจสอบหมายจับ (5 นาที)
  • ขอใบอนุญาตต่างๆ (10 นาที)

ขอคืนรถยึดตรวจสอบ

  1. ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อพนักงานสอบสวนเวร
  2. พนักงานสอบสวนเวรตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง/พิจารณาอนุมัติ
  3. ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
  4. มอบรถแก่ผู้แจ้ง
    (ระยะเวลารวม 30 นาที)

ขอคืนของกลาง

  1. พบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี
  2. พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีตรวจสอบหลักเกณฑ์/เอกสารความถูกต้อง
  3. ลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน
  4. ส่งมอบ/คืนของกลาง
    (ระยะเวลารวม 60 นาที)

ลิงค์หน่วยงานราชการ

ลิงค์หน่วยงาน